สถิติ
เปิดเมื่อ24/06/2011
อัพเดท30/08/2011
ผู้เข้าชม3786
แสดงหน้า4889
บทความ
โวหาร
ปฎิทิน
June 2013
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
      
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

สำนวนโวหาร

แบ่งปันให้เพื่อน อ่าน 1215 | ตอบ 0
 


สำนวนโวหาร

        คำพูดของมุนษย์เรา ไม่ว่า รัก พิมมากเลยนะครับ กัญญารัตน์ ศรีจันทร์จากมาร์ค ก็มักจะมีสำนวนโวหารเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง ซึ่งบางทีก็พูดเป็นชั้นเชิงให้ผู้ฟังต้องคิดเสียก่อนจึงจะเข้าใจ หรือบางทีคิดเท่าใด ๆ ก็ไม่อาจเข้าใจก็ได้ หรืออาจจะเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่งก็มี คำพูดที่เป็นชั้นเชิงอย่างนั้น เราเรียกว่า “สำนวน” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า idiom เราอาจเคยได้ยินคำพูดเช่นว่า “อย่ามาตีสำนวนนะ”ท่านขุนวิจิตรมาตรา หรือ “กาญจนาคพันธุ์” ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “สำนวนไทย” ว่า สำนวนนั้นเกิดจากมูลเหตุต่าง ๆ ดังนี้
 

  1. ที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น “ตื่นแต่ไก่โห่” คือ ธรรมชาติของไก่ย่อมขันในเวลาเช้ามืดเสมอ ตื่นแต่ไก่โห่ก็คือตื่นแต่ไก่ขัน หมายถึง ตื่นแต่เช้ามืด

  1. ที่เกิดจากการกระทำ เช่น “ไกลปืนเที่ยง” คือ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๑ ในรัชกาลที่ ๕ เริ่มยิงปืนใหญ่ในเวลา ๑๒:๐๐ นาฬิกา ในพระนคร เพื่อให้รู้ว่าเป็นเวลาเที่ยงวัน คนในพระนครได้ยิน แต่คนอยู่ไกลออกไปไม่ได้ยิน จึงเกิดเป็นสำนวนพูด หมายไปถึงข่าวคราวต่าง ๆ ที่เกิดในพระนครคนอยู่ไกลไม่ได้ยินได้ฟัง ไม่รู้ เลยว่า “อยู่ไกลปืนเที่ยง” และหมายเลยไปถึงว่า “เป็นคนบ้านนอกคอกนา” ด้วย พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ว. ไม่รู้
  1. อะไรเพราะอยู่ห่างไกลความเจริญ.”

  1. ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม เช่น สำนวนว่า “ก้นหม้อยังไม่ทันดำ” คือ การหุงข้าวกว่าก้นหม้อจะติดเขม่าดำก็กินเวลานาน โบราณผัวเมียอยู่ด้วยกันก็ต้องมีครัว มีเครื่องครัวใหม่ เช่น หม้อสำหรับหุงข้าวกิน บางคู่หุงข้าวกินก้นหม้อไม่ทันมีเขม่าจับดำก็เลิกกัน จึงเกิดเป็นสำนวนพูด หมายถึงว่า เลิกกันง่าย คือ อยู่กินด้วยกันไม่ทันก้นหม้อดำก็เลิกกันแล้ว
  2. ที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น สำนวนว่า “ตกกระไดพลอยโจน” หมายความว่า คนหนึ่งตกกระได คนที่อยู่ในที่นั้นด้วยก็มักจะโจนไปช่วยอะไรที่ไม่ใช่เรื่องของตน แต่ตนจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนด้วย จึงเรียกว่า “ตกกระไดพลอยโจน” สำนวนนี้ พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “จำเป็นที่จะต้องยอมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่มีทางเลือก”

  1. ที่เกิดจากระเบียบแบบแผนประเพณี เช่น สำนวนว่า “ฝังรกฝังราก” มาจากพิธีทำขวัญทารกที่เกิดได้ ๓ วัน โดยเขาจะเอารกกับมะพร้าวแทงหน่อไปฝังดิน พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ก. ตั้งถิ่นฐานประจำ, ฝังรกราก ก็ว่า.”

  1. ที่เกิดจากลัทธิศาสนา เช่น สำนวนว่า “ขนทรายเข้าวัด” มาจากงานทำบุญก่อพระทรายที่วัด พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ก. ทำบุญกุศลโดยวิธีนำหรือขนทรายไปก่อพระเจดีย์ทรายที่วัด, หาประโยชน์ให้ส่วนรวม.”


  1. ที่เกิดจากความประพฤติ เช่น สำนวนว่า “กินข้าวร้อนนอนตื่นสาย” หมายถึง มีชีวิตอยู่อย่างสบาย



  1. สำนวนนี้ พจนานุกรม มิได้เก็บไว้

  1. ที่เกิดจากการเล่น เช่น สำนวนว่า “สู้จนเย็บตา” มาจากการชนไก่ พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ เก็บไว้ เป็น “สู้ยิบตา, สู้เย็บตา” และให้ความหมายไว้ว่า “ก. สู้จนถึงที่สุด, สู้ไม่ถอย.”
  2. ที่เกิดจากนิยายนิทาน เช่น สำนวนว่า “มาก่อนไก่” ก็เกิดจากนิทานเรื่องศรีธนนไชย เป็นต้น

โวหาร

      ส่วนคำว่า “โวหาร” พจนานุกรม ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้ให้บทนิยามไว้ดังนี้ “น. ชั้นเชิงหรือสำนวนแต่งหนังสือหรือพูดถ้อยคำที่เล่นเป็นสำบัดสำนวน.” เช่นอย่ามาตีโวหาร เขาชอบเล่นโวหาร

     การใช้โวหาร คือ การแสดงข้อความในทำนองต่าง ๆ เพื่อให้ข้อความนั้นได้เนื้อความ หรือได้ใจความดี มีความหมายชัดเจน เหมาะสม น่าอ่าน

     โวหาร มี ๕ ลักษณะ คือ
 

  1.      บรรยายโวหาร หมายถึง โวหารที่ใช้ในการอธิบาย เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ อย่างละเอียด แจ่มแจ้ง การเรียบเรียง และการใช้ถ้อยคำ จึงมักเลือกใช้ถ้อยคำที่สื่อความหมาย ตรงไปตรงมา กะทัดรัด ชัดเจน
  2.  
  3.       พรรณนาโวหาร คือ โวหารที่กล่าวถึงความงามของธรรมชาติ สถานที่ หรือ ความรู้สึกนึกคิดอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความซาบซึ้ง และเกิดอารมณ์ความรู้สึก คล้อยตาม โดยใช้ถ้อยคำที่มีความไพเราะ และความหมายที่ลึกซึ้ง น่าสนใจ ให้ผู้อ่าน ประทับใจ 
  4.  
  5.      เทศนาโวหาร เป็นโวหารที่แสดงการสั่งสอน หรือชักจูงให้ผู้อ่านเห็นคล้อยตาม ชี้แนะคุณและโทษสิ่งที่ควรปฏิบัติ หรือแสดงทัศนะในข้อสังเกต ในการเขียนผู้เขียนต้องใช้ เหตุผลมาประกอบให้ผู้อ่านเกิดความเชื่อมั่น เกิดความรู้สึกด้วยตนเอง
  6.      อุปมาโวหาร คือ การใช้โวหารเปรียบเทียบ ประกอบข้อความ เพื่อให้ผู้อ่าน เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้เข้าใจเรื่องราวได้แจ่มแจ้ง
การใช้อุปมาโวหารนี้มีลักษณะการใช้หลายลักษณะ
ก. เปรียบเทียบสิ่งที่เหมือนกันสองสิ่ง มักมีคำว่า เหมือน ดุจ คล้าย เปรียบอย่าง ดัง ฯลฯ เป็นตัวเชื่อมคำอุปมาอุปไมยให้สอดคล้องกัน (อุปไมย แปลว่า ที่กล่าวก่อน อุปมา แปลว่า ที่กล่าวเปรียบ) เช่น
ดีใจเหมือนได้แก้ว, เล่าปี่ดีใจเหมือนปลาได้น้ำ
ข. เปรียบเทียบโดยการโยงความคิดจากสิ่งหนึ่งไปยังสิ่งหนึ่ง เป็นการเปรียบโดยนัย ต้องอาศัยการตีความประกอบ
ครูเหมือนเรือจ้าง, ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังไทยทั้งชาติ
ค. เปรียบเทียบโดยการซ้ำคำ
จะมารักเหากว่าผม จะมารักลมกว่าน้ำ จะมารักถ้ำกว่าเรือน
จะมารักเดือนยิ่งกว่าตะวัน จะมารักตัวออกเฒ่ายิ่งกว่าตัวเองเล่า
ง. เปรียบเทียบโดยการยกตัวอย่างประกอบ เช่น
พระราชา ๑ หญิง ๑ ไม้เลื้อย ๑ ย่อมรักผู้คนและสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ
จ. เปรียบความขัดแย้งหรือเปรียบสิ่งที่อยู่ตรงกันข้าม คือ การนำสิ่งที่ตรงกันข้าม มาเปรียบกัน เช่น
เปรียบน้ำกับไฟ ดินกับไฟ อิเหนากับจรกา รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ
ฉ. เปรียบเทียบโดยใช้ชื่อเทียบเคียง เช่น
ปากกามีอำนาจกว่าคมดาบ, จากเปลไปถึงหลุมฝังศพ
5.    สาธกโวหาร คือ โวหารที่ยกตัวอย่างมาประกอบข้อความ เรื่องราวให้เข้าใจ แจ่มแจ้งยิ่งขึ้น อาจเป็นการกล่าวอ้างถึงเรื่องจริง นิทานที่เป็นที่รู้จักกันดีมาประกอบก็ได้ เช่น เมื่อจะกล่าวถึงการตามใจลูก จนเสียคน ก็จะนำนิทานเรื่องสอนลูกให้เป็นโจรมาประกอบ

 


สำนวนโวหาร

       สำนวนโวหาร ในภาษาไทย เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทย สำนวนโวหารเหล่านี้มีนัยที่สั่งสอนอยู่อย่างละเมียด ผู้เป็นเจ้าของภาษาหรือผู้ใช้ภาษามาอย่างถ่องแท้แล้วจึงจะเข้าใจความหมายของสำนวนโวหารเหล่านี้ได้ สำนวนโวหารเหล่านี้มักมีนัยเชิงสั่งสอนหรือเปรียบเปรยพฤติกรรมต่างๆ ให้เกิดแง่คิด ทั้งนี้จะขอกล่าวถึงสำนวนบางสำนวนที่เปรียบเปรยถึงลักษณะของการพูดต่างๆ ดังนี้

ฆ้องปากแตก

มีความหมายเปรียบเปรยผู้ที่ใช้ปากในทางที่ผิด กล่าวคือ ผู้ที่มักนำเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตนไปโพนทะนา หรือนำความลับของคนอื่น เรื่องไม่ดีของคนอื่นไปพูดให้ผู้อื่นฟัง ทั้งนี้มีที่มาจากลักษณะของฆ้อง เครื่องดนตรีไทยชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นฆ้องดี สมบูรณ์แล้ว ย่อมให้เสียงที่กังวานทุ้มน่าฟัง แต่ขณะเดียวกันถ้าเป็นฆ้องปากแตกแล้ว เสียงย่อมฟังดูแปร่งประหลาดหู จึงนำลักษณะนี้ไปเปรียบเปรยผู้ที่มีพฤติกรรมการพูดไม่เหมาะสมดังกล่าว ว่าจริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่ชวนฟังเท่าไรนัก เพราะมีแต่จะทำให้ระคายหูเท่านั้นเอง

 

 ตัวอย่างวรรณกรรมการใช้สำนวนโวหาร

“สามก๊ก” วรรณกรรมยิ่งใหญ่ของจีนที่ได้รับการยอมรับให้เป็นวรรณกรรมอมตะของโลก
ภาพ:สำนวนสามก๊ก.JPG

       ตัวอย่างการใช้ถ้อยคำสำนวนโวหารจากเนื้อเรื่องที่อ่านที่แสดงให้เห็นว่า สามก๊ก มีโวหารดีเยี่ยมตามที่วรรณคดีสโมสรยกย่อง จากคำสนทนาระหว่างจูล่งและนางบิฮูหยินที่จูล่งอ้อนวอนนางบิฮูหยินให้ขึ้นม้าและการปฏิเสธของนางบิฮูหยิน ต่างให้เหตุผลโต้ตอบกันด้วยโวหารต่างๆ ทั้งเปรียบเทียบและตัดพ้อ เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยกับคำพูดของตน จึงถือว่าเป็นสำนวนที่มีความงามทั้งในด้านภาษาและความหมายเปรียบเทีย

   
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :